ความคิดใหม่กับการใส่บาตร


 ปกติแล้วจะเป็นคนไม่ที่ไม่อินกับพระสงฆ์ จะนับถือพระพุทธรูปมากกว่า เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ มีความทุกข์สวดมนต์ไหว้พระขอพรอะไรก็นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี่แหละ แต่กับพระสงฆ์จะไม่มีรูปไหนที่ชื่นชอบหรือนึกถึงเลย ประสบการณ์ที่เจอพระสงฆ์ยิ่งทำให้ไม่อยากนับถือ ถามว่ามีไหมพระที่ดี ก็ต้องมีแหละ แต่เราไม่ได้ไปเจอและก็ไม่ได้ค้นหาด้วย บางรูปเคยเห็นในทีวีก็นึกว่าดี พอมีข่าวก็ยิ่งหมดศรัทธาไม่อยากจะเชื่อมั่นรูปไหนแล้ว ดังนั้นส่วนตัวจึงไม่ค่อยได้ทำบุญอะไรที่เกี่ยวกับวัด จะทำโรงพยาบาลมากกว่า คนเจ็บคนป่วย ทำแล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์แบบเห็นๆมากกว่า เรื่องตักบาตรนี่นานๆทำที ขับรถไปหาพระให้แม่ถึงจะได้มีโอกาส (เพราะส่วนใหญ่พ่อจะขับ) แล้ววันนี้จู่ก็คิดได้ว่า ทำไมเราต้องไปคิดว่าพระรูปนี้จะดีไหม น่าตักบาตรด้วยไหม การตักบาตรเราก็ทำเพื่อให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ได้ หากไม่มีใครตักบาตร อีกหน่อยก็จะไม่มีใครไปบวชพระ คนที่หวังสบายโดยการไปบวชพระก็จะไม่มี พระที่ดีก็อยู่ไม่ได้ลำบากไปด้วย ดังนั้นตักบาตรไปเถอะ เราตักบาตรทำบุญให้กับพระพุทธศาสนาก็น่าจะได้บุญแล้ว พอแระ ไม่บ่นมาก เดี๋ยวบาป ฮ่า ^^

ปล. เคยคิดนะ พระก็น่าจะเป็นเหมือนอาชีพอาชีพหนึ่งในอนาคต เขาเลือกทำอาชีพนี้โดยให้บริการทางพิธีกรรมต่างๆ ไม่มีพระก็จะไม่มีใครทำพิธีกรรม เช่น งานศพ เป็นต้น ดังนั้นในเวลาอื่นพระเขาจะสำรวมไม่สำรวม นั่งเล่นมือถือหรือไม่ เคยศึกษาพระธรรมหรือไม่อะไรก็แล้วแต่ นั่นเรื่องของเขา มีพระก็เพื่อให้ศาสนาครบองค์ประกอบ

ปล. บ่นจนรู้สึกเอ๊ะ คำว่า ตักบาตรกับใส่บาตรเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ไปค้นๆดูในเน็ตเขาว่าอย่างนี้นะ - คำที่ถูกต้องแบบดั้งเดิม คือ ”ตักบาตร” แต่การใช้คำว่า “ใส่บาตร” เช่นที่ใช้ในปัจจุบันน่าจะมาจากกริยาท่าทางที่เรานำของถวายใส่ลงไปในบาตรหน่ะ

 

 

ความคิดเห็น